พระพุทธเจ้าตรัสว่า...

posted on 29 Sep 2011 14:03 by dhampaidai
ภิกษุทั้งหลาย ! พวกภิกษุบริษัทในกรณีนี้,

สุตตันตะเหล่าใด ที่กวีแต่งขึ้นใหม่

เป็นคำร้อยกรองประเภทกาพย์กลอน

มีอักษรสละสลวย มีพยัญชนะอันวิจิตร

เป็นเรื่องนอกแนว เป็นคำกล่าวของสาวก,

เมื่อมีผู้นำสุตตันตะเหล่านั้นมากล่าวอยู่;

เธอจักไม่ฟังด้วยดี ไม่เงี่ยหูฟัง ไม่ตั้งจิตเพื่อจะรู้ทั่วถึง

และจักไม่สำคัญว่าเป็นสิ่งที่ตนควรศึกษาเล่าเรียน.

ส่วนสุตตันตะเหล่าใดที่เป็นคำของตถาคต

เป็นข้อความลึก มีความหมายซึ้ง

เป็นชั้นโลกุตตระว่าเฉพาะเรื่องสุญญตา,

เมื่อมีผู้นำสุตตันตะเหล่านั้นมากล่าวอยู่;

เธอย่อมฟังด้วยดี ย่อมเงี่ยหูฟัง ย่อมตั้งจิตเพื่อจะรู้ทั่วถึง

และย่อมสำคัญว่าเป็นสิ่งที่ตนควรศึกษาเล่าเรียน.

จึงพากันเล่าเรียน ไต่ถาม ทวนถามแก่กันและกันอยู่ว่า

“ข้อนี้เป็นอย่างไร ? มีความหมายกี่นัย ?” ดังนี้.

ด้วยการทำดังนี้

เธอย่อมเปิดธรรมที่ถูกปิดไว้ได้,

ธรรมที่ยังไม่ปรากฏ เธอก็จะทำให้ปรากฏได้,

ความสงสัยในธรรมหลายประการที่น่าสงสัย

เธอก็บรรเทาลงได้.

ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุบริษัทเหล่านี้ เราเรียกว่า

บริษัทที่มีการลุล่วงไปได้

ด้วยการสอบถามแก่กันและกันเอาเอง,

หาใช่ด้วยการชี้แจงโดยกระจ่าง

ของบุคคลภายนอกเหล่าอื่นไม่

(ปฏิปุจฺฉาวินีตา ปริสา โน อุกฺกาจิตวินีตา);

จัดเป็นบริษัทที่เลิศ แล.

ทุก. อํ. ๒๐/๙๒/๒๙๒.